Monthly Archives

4 Articles

กัลโช่

การกลับมาของปาร์ม่า

Posted by admin on

  บทความฟุตบอลกัลโช่โดย jackpot168slot.com

หลังจากที่มีปัญหาด้านสภาวะทางการเงินของสโมสรที่นำเงินในอนาคตมาใช้จนติดหนี้บานเบอะ ทำให้ทีมปาร์ม่านั้นแทบจะล้มละลาย แต่สโมสรก็ยังยืดหยัดเคลียร์ปัญหาได้ และได้กลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากในระดับกัลโช่ เซเรีย ซีเมื่อปี 2015 แต่พวกเขาก็สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการเลื่อนชั้นถึง 3 ปีติดต่อกัน จนในฤดูกาลนี้ได้กลับมาเล่นในศึกกัลโช่ เซเรีย อาในฤดูกาลที่จะถึงนี้แล้ว โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วทีม “จัลโล่รอสซี่” สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของศึกกัลโช่ เซเรีย บีได้สำเร็จ คว้าโควต้าเลื่อนชั้นสู่เซเรีย อาแบบอัตโนมัติ โดยพวกเขามีคะแนนเท่ากับโฟรซิโนเน่ ทีมที่ได้อันดับที่ 3 ด้วย แต่ยังดีที่ผลงานเฮด ทู เฮด พวกเขาดีกว่า ทำให้เลื่อนชั้นได้อย่างมหัศจรรย์

ปาร์ม่าเคยเป็นทีมที่มีช่วงเวลาที่รุ่งเรืองมากในยุคปลายทศวรรษที่ 90 จนมาถึงงช่วงต้นปี 2000 โดยยุคนั้นพวกเขามีสุดยอดนักเตะที่เคยค้าแข้งกับทีมนี้มากมาย ทั้งจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน นายประตูที่เคยค่าตัวแพงที่สุดที่ย้ายออกจากปาร์ม่าสู่ยูเวนตุส ลิลิยง ตูราม กองหลังระดับแชมป์โลกของทีมชาติฝรั่งเศส ฟาบิโอ คันนาวาโร่ในตอนที่เป็นนักเตะดาวรุ่งก็ด้วย  รวมถึงเฮอร์นัน เครสโป และฮวน เซบาสเตียน เวรอน 2 ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าในยุคนั้นก็เคยค้าแข้งอยู่กับทีมนี้เช่นกัน แต่ด้วยปัญหาทางด้านการเงินของสโมสร ทำให้พวกเขาต้องขายนักเตะเหล่านี้ออกไปทั้งหมด และสุดท้ายก็กลายเป็นทีมที่ล้มละลาย และมีปัญหาการเงินอย่างหนักจนโดนปรับลดชั้นไปอยู่ลีกระดับล่างสุด

แต่ตอนนี้สถานะทางการเงินของเขาดีขึ้นมาก เมื่อได้กลุ่มทุนชาวจีนเข้ามาบริหารสโมสร แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดจะทุ่มเงินระดับหลายสิบล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะมาร่วมทีม แต่พวกเขาใช้วิธีการกวาดนักเตะเข้ามาเสริมทีมเกือบ 20 ราย โดยเป็นการยืมมาจากทีมใหญ่ๆ อย่างนาโปลี และอินเตอร์ มิลานหลายรายทีเดียว และลงทุนซื้อนักเตะไปแค่ไม่ถึง 10 ล้านยูโรด้วยซ้ำ ซึ่งคงต้องใช้วิธีการนี้ไปก่อน แต่ในฤดูกาลที่จะถึงนี้พวกเขาก็เริ่มต้นไม่ดีซะแล้ว เมื่อพวกเขาจะต้องโดนตัดถึง 5 คะแนนจากการที่เหมือนจะไปล็อคผลการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมีทางเอมิลิโอ คาลิโอ นักเตะของทีมไปส่งข้อความหานักเตะของสเปเซีย คู่แข่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วในนัดสุดท้ายของฤดูกาล และทำให้พวกเขาได้เลื่อนชั้นในที่สุด

กัลโช่

นาโปลีปีนี้

Posted by admin on

    ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนาโปลี ทีมในเมืองเนเปิ้ลของประเทศอิตาลี ที่พวกเขาต้องผ่าตัดทั้งทีม เมื่อพวกเขาต้องเสียเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือจอมเก๋าออกไปให้กับเชลซี แถมยังเสียจอร์จินโญ่ กองกลางห้องเครื่องดีกรีทีมชาติอิตาลีตามออกไปอยู่กับทีมดังของอังกฤษด้วย ทำให้พวกเขาต้องหานายใหม่เข้ามคุมทีมในถิ่นซาน เปาโล ซึ่งพวกเขาก็ไปได้ตัวคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือจอมเก๋าชาวอิตาเลี่ยน ที่เคยพาเอซี มิลานประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์มามากมายในช่วงประมาณ 10 ปีก่อนเข้ามาคุมทีม โดยก่อนหน้านี้เขาโดนบาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีก้าไล่ออกจากการเป็นกุนซือเมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากผลงานในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงมีคลื่นใต้น้ำในถิ่น “เสือใต้” ด้วย จึงมารับงานในอิตาลีอีกครั้งกับนาโปลี ซึ่งเขาไม่ได้รับงานคุมทีมในอิตาลีอีกเลยหลังออกจากเอซี มิลานเมื่อปี 2009

การที่นาโปลีเสียเมาริซิโอ ซาร์รี่ และจอร์จินโญ่ไป ก็เหมือนกลับการทุบบ้านทิ้งทั้งหลัง และต้องมาเริ่มสร้างกันใหม่หมด ทั้งระบบการเล่น และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเงินจำนวน 51 ล้านปอนด์ที่พวกเขาได้จากการขายจอร์จินโญ่ให้กับเชลซี ออเรลลิโอ เด ลอเรนติส ประธานสโมสรนาโปลีได้นำเงินไปซื้อฟาเบียน รุยซ์ กองกลางจากเรอัล เบติสมาเป็นตัวแทน รวมถึงซิโมเน่ แวร์ดี้ ปีกจากโบโลญญ่า และอเล็กซ์ เมเร็ต นายประตูจากอุดิเนเซ่ด้วย ซึ่งบวกกับนักเตะเก่าที่มีอยู่ก็ทำให้พวกเขายังมีทีมที่แข็งแกร่งอยู่พอสมควร แต่ติดตรงระบบการเล่นต้องมาสร้างกันใหม่ หลังจากใช้ระบบ 4-3-3 ของเมาริซิโอ ซาร์รี่มาถึง 3 ฤดูกาล โดยในยุคของซาร์รี่พวกเขาเล่นเกมรุกกันเป็นอาจิน ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการปรับจูนนักเตะให้เข้ากับระบบใหม่ของคาร์โล อันเชล็อตติ ที่ไม่ได้เป็นกุนซือที่ทำเกมบุกจัดจ้านแบบซาร์รี่

ในช่วงของการอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ลูกทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ ถือว่าค่อยๆ ปรับจูนกันไปแบบช้าๆ โดยพวกเขาเลือกที่จะอุ่นเครื่องกับทีมเล็กๆ ก่อน และค่อยๆ ไต่ระดับไปเจอกับทีมที่แข็งแกร่งขึ้น แต่พวกเขาต้องไปจอดป้ายเมื่อไปโดนลิเวอร์พูล ทีมฟอร์มโหดจากอังกฤษถล่มยับกลับมาถึง 0-5 ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่งองก็ตาม แต่ก็บั่นทอนความมั่นใจของพวกเขาไปมากทีเดียว

กัลโช่

“งูใหญ่” น้อยแต่มาก

Posted by admin on

    ทีมจากกัลโช่ เซเรีย อา ที่ซบเซาทางด้านการเงินไปนาน เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการที่แฟนบอลที่เข้าชมเกมในสนามน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ทีมต่างๆ ต้องประสบปัญหาทางด้านการเงิน และต้องรัดเข็มขัดกันมากขึ้น แต่ในซีซั่นนี้ดูเหมือนว่าหลายๆ ทีมจะได้นายทุนใหม่เข้ามาหนุนหลัง และเริ่มจับจ่ายใช้สอย ยกเว้นทางด้านยูเวนตุสที่ทุนหนามาแต่ไหนแต่ไร และครองความยิ่งใหญ่ในอิตาลีมาตลอดในช่วงเกือบ 10 ปีหลังสุ แต่ในฤดูกาลนี้ทางโรม่าก็เสริมนักเตะเข้ามาหลายราย รวมถึงเอซี มิลานที่มีการเปลี่ยนขั้วของเจ้าของทีม และรวมไปถึงทีม “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลานด้วย ที่ได้รับคำชมเป็นอย่างมากที่เสริมทัพได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อพวกเขาใช้เงินไปประมาณ 65 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่กลับได้นักเตะคุณภาพเข้าสู่ทีมหลายรายเลยทีเดียว และแต่ละคนนั้นมีดีกรีติดทีมชาติกันมาแล้วทั้งนั้นด้วย

ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือหัวใสของอินเตอร์ มิลานจัดการสอยราดย่า นาอิงโกลัน กองกลางศิษย์เก่าจากโรม่ามาร่วมทีมหลังจากที่เจ้าตัวพลาดการไปเล่นฟุตบอลโลกกับทีมชาติเบลเยี่ยม ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงที่สุดในตลาดรอบนี้ของพวกเขา นอกจากนั้นพวกเขายังไปคว้าเลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าวันเดอร์คิดชาวอาร์เจนไตน์จากราซิ่ง คลับในอาร์เจนติน่ามาร่วมทีมอีกราย ด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ ซึ่งดาวเตะรายนี้ถูกมองว่ามีอนาคตไกลทีเดียว และน่าจะมาเล่นคู่กับเมาโร อิการ์ดี้ กองหน้ากัปตันทีมในฤดูกาลนี้ และยังมีเฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ แบ็คซ้ายดาวรุ่งจากเอฟซี ซิญงอีก 6 ล้านปอนด์ ซึ่งอินเตอร์ มิลานใช้เงินซื้อขาดนักเตะไปเพียงแค่ 3 รายนี้เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นการจ่ายค่ากินเปล่าในการขอยืมตัวซิเม เวอร์ซาจ์ลโก้ แบ็คขวาทีมชาติโครเอเชียมาจากแอตเลติโก มาดริด ประมาณ 6 ล้านปอนด์ และมัตเตโอ โปลิตาโน่ ปีกขวาที่ยืมมาจากซัสซูโอโล่อีก 4.5 ล้านปอนด์ และที่สำคัญคือพวกเขาได้นักเตะฟรีเข้ามาเสริมทีมอีก 2 รายคือสเตฟาน เดอ ไฟรจ์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ที่เคยเป็นตัวหลักของลาซิโอมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ และควอดโว่ อซาโมอาห์ แบ็คซ้ายทีมชาติกาน่าที่หมดสัญยากับยูเวนตุสอีก 1 ราย ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งในทันตา ทั้งในด้านตัวจริงและตัวสำรอง โดยการเสริมนักเตะคุณภาพมาถึง 7 ราย แต่จ่ายเงินออกไปไม่ถึง 70 ล้านยูโรด้วยซ้ำ

กัลโช่

ลดราคา

Posted by admin on

    จากการตั้งราคาไว้สูงลิ่วถึง 140 ล้านยูโรก่อนหน้าที่ศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียจะเริ่มต้นขึ้น ทำให้ยักษ์ใหญ่ทีมต่างๆ ที่สนใจตัวของเซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิช กองกลางทีมชาติเซอร์เบียที่ฟอร์มโดดเด่นกับลาซิโอเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้จนมาถึงต้นเดือนสิงหาคมแล้ว ดาวเตะวัย 23 ปียังไม่ได้ย้ายทีมไปไหนเลย และแทบไม่มีข่าวว่าทีมไหนจะสนใจคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในตอนนี้เลย โดยก่อนหน้านี้เขามีทางแมนเชสเตอ์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริดที่สนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม แต่หลังจากที่ทางทีมดังจากอังกฤษคว้าตัวเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ไปร่วมทีมแล้ว ด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่ามิลินโควิช ซาวิชเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ทำให้ทีมดังจากอังกฤษเลิกสนใจกองกลางไปโดยปริยาย เนื่องจากพวกเขามีกองกลางแน่นเต็มทีมไปหมดแล้ว ส่วนทางเรอัล มาดริดที่มีการตั้งกุนซือคนใหม่เป็นจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน ก็เหมือนว่าจะเลิกให้ความสนใจในตัวเขาไปทันที เนื่องจากกุนซือวัย 51 ปีมองว่ากองกลางของเรอัล มาดริดแข็งแกร่งอยู่แล้ว และมีกองกลางตัวจริงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอยู่แล้ว ทั้งคาเซมิโร่ กองกลางตัวรับทีมชาติบราซิล ลูก้า โมดริช กองกลางกัปตันทีมชาติโครเอเชียซึ่งเป็นเจ้าของนักเตะยอดเยี่ยมประจำศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา และโทนี่ โครสส์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน ที่เป็นสามประสานที่ทำให้เรอัล มาดริดครองความยิ่งใหญ่ในยุโรปตลอด 3 ปีหลังมานี้ ทำให้จูเลน โลโปเตกีอาจจะมองว่าการจะซื้อนักเตะกองกลางระดับ 100 ล้านยูโรมานั่งเป็นตัวสำรองไม่ใช่สิ่งที่ควรทำแม้แต่น้อย จึงเลิกให้ความสนใจไปในที่สุด และให้ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรนำเงินไปซื้อนักเตะตำแหน่งอื่นดีกว่า

จากที่ตอนแรกลาซิโอตั้งค่าตัวไว้ถึง 140 ล้านยูโร และทำให้ขายไม่ออกจนถึงวันนี้ แต่ล่าสุดทางเคลาดิโอ โลติโต้ ประธานสโมสรของลาซิโอได้ออกมาปักป้ายขายเซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิชใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาลดราคาจากเดิมไปถึง 30 ล้านยูโร เหลืเพียง 110 ล้านยูโรเท่านั้น แต่มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ เพราะเนื่องจากหลายๆ ทีมยักษ์ใหญ่ต่างซื้อหาจับจองนักเตะที่ต้องการกันเกือบหมดแล้ว และบางทีมปิดงบการซื้อนักเตะไปแล้วด้วย ทำให้กองกลางชาวเซอร์เบียอาจจะได้ค้าแข้งกับลาซิโอไปก่อนในฤดูกาลนี้ แล้วค่อยปักป้ายขายใหม่ในปีหน้า ซึ่งค่าตัวของเขาจะขึ้นอยุ่กับผลงานในฤดูกาลนี้ด้วย