กัลโช่

จอมแอสซิสต์จากเมืองมิลาน

Posted by admin on

      ทีม “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ทีมที่เคยเป็นยักษ์ใหญ่ของศึกฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อาของประเทศอิตาลี ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเจ้าของทีมมาโดยตลอดในระยะหลัง ซึ่งพวกเขาได้มีการลงทุนในการซื้อตัวนักเตะไปอย่างมหาศาลในช่วง 2 ฤดูกาลให้หลัง แต่ว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็ยังคงทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง โดยไม่สามารถทำอันดับไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ได้ และในช่วงก่อนเปิดฤดูกาลที่ผ่านมา พวกเขาเกือบไม่ได้ไปเล่นในศึกยูโรป้า ลีกฤดูกาลนี้ด้วย ซึ่งพวกเขาต้องไปฟ้องศาลกีฬาโลก ก่อนที่จะเอาชนะคดีได้ในที่สุด และสามารถเล่นในศึกยูโรป้า ลีกตามที่พวกเขาทำอันดับในลีกได้ตามเดิม โดยการลงทุนซื้อตัวนักเตะของเอซี มิลานนั้นค่อนข้างสะเปะสะปะ และไม่ค่อยมีใครได้ขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีม หรือสามารถโชว์ฟอร์มได้อย่างเข้าตาเลยเมื่อฤดูกาลที่แล้ว อย่างอังเดร ซิลวา กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวัง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่พวกเขาซื้อตัวเข้ามาจะแย่ทั้งหมด โดยก็มีบางรายที่กลายเป็นตัวหลักของทีมจนถึงตอนนี้ ทั้งฟร็องค์ เคสซี่ กองกลางจากซัสซูโอโล่ และอีกคนที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเลยก็คือซูโซ่ ตัวรุกร่างเล็กชาวสเปนนั่นเอง (ข้อมูลโดย 918kissbyp8.com )

ซูโซ่ เป็นนักเตะที่เอซี มิลานไปคว้าตัวมาจากลิเวอร์พูลเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้ว ซึ่งในช่วงนั้นเขายังอยู่ในช่วงของการเป็นดาวรุ่ง และฝีเท้ายังไม่ค่อยจัดจ้านนัก จึงถูกส่งไปให้กับเจนัวยืมตัวไปใช้งาน ซึ่งผลงานก็ค่อนข้างดีทีเดียว จนกระทั่งฤดูกาล 2016-2017 เขาก็ได้กลายเป็นตัวจริงในถิ่นซาน ซีโร่อย่างเต็มตัว และหลังจากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมมาโดยตลอด โดยในยุคการคุมทีมของเจนนาโร่ กัตตูโซ่ เขามักได้เล่นเป็นตัวริมเส้นทางฝั่งขวาในฤดูกาลนี้ ซึ่งเขาสามารถทำผลงานได้อย่างโดดเด่น และได้ถูกเรียกไปติดทีมชาติสเปนแล้วด้วยในยุคของหลุยส์ เอ็นริเก้ ถึงแม้ว่าจะยังไม่ได้โอกาสมากก็ตาม แต่ในฤดูกาลนี้เขากลายเป็นจอมแอสซิสต์ หรือเป็นจอมเปิดบอลให้เพื่อนทำประตูไปเสียแล้ว ทั้งการเปิดบอลจากริมเส้นที่อันตรายตลอด รวมถึงยังเป็นตัวเตะลูกนิ่งของทีมในฤดูกาลนี้ด้วย เนื่องจากฮาคาน ชาฮาโนกลู กองกลางทีมชาติตุรกีที่รับเหมาเตะลูกนิ่งก่อนหน้านี้ได้รับบาดเจ็บยาว ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสดีทีเดียวที่ทำให้เขาได้โดดเด่นมากขึ้นในฤดูกาลนี้

กัลโช่

นับถอยหลัง EDF

Posted by admin on

     อาแอส โรม่า ทีมดังในเมืองหลวงของประเทศอิตาลี ถือว่าเป็นทีมที่หลายสโมสรอิจฉาไม่น้อย เมื่อพวกเขามีการพัฒนาเยาวชนให้ก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักในทีมชุดใหญ่ได้อย่างต่อเนื่อง และได้กลายเป็นตำนานของสโมสรมาแล้วหลายคน และเหมือนเป็นประเพณีที่สืบทอดต่อๆ ไปแล้ หลังจากที่ฟรานเชสโก้ ต็อตติได้ริเริ่มมันขึ้นมา อีกทั้งพวกเขายังมีผู้อำนวยการฟุตบอลมือทองอย่างมอนชี่ ที่คนในวงการยกให้เป็นหมายเลข 1 ของโลกในเรื่องของการหานักเตะชั้นยอดเข้าสู่ทีม ซึ่งเขามีเครือข่ายแมวมองอยู่ทั่วทุกมุมโลก ทำให้ทีม “หมาป่าแห่งกรุงโรม” มีความเพียบพร้อมเป็นอย่างมาก ทั้งการปั้นนักเตะเอง หรือว่าจะเป็นการซื้อนักเตะเข้ามาสู่ทีมก็ตาม โดยจะเห็นได้จากในช่วงหลังที่โรม่าเริ่มจะซื้อนักเตะที่ยังไม่ค่อยเป็นที่คุ้นชื่อนักเข้ามาสู่ทีม แต่ต่อมากลับกลายเป็นซุเปอร์สตาร์ระดับโลก ซึ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คืออลิสซง เบ็คเกอร์ นายประตูทีมชาติบราซิล ที่ขายไปให้กับลิเวอร์พูลด้วยค่าตัวถึง 70 ล้านยูโรนั่นเอง ซึ่งเขากลายเป็นนายทวารที่ค่าตัวแพงที่สุดในโลกอยู่พักหนึ่งด้วย ทั้งๆ ที่ตอนที่โรม่าซื้อตัวมาร่วมทีมตอนแรกนั้นแทบไม่มีใครรู้จักนายประตูรายนี้เลยด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะมีการบริหารที่ดี แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่ได้เป็นแชมป์สคูเด็ตโต้มานานเกือบ 20 ปีแล้ว โดยพวกเขาเป็นได้แค่พระรองของยูเวนตุสเท่านั้นในช่วงหลัง ที่มักเป็นแค่รองแชมป์เท่านั้น ถึงแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือมาแล้วหลายคนก็ตาม จนคนล่าสุดก็คือยูเซบิโอ ดิ ฟรานเชสโก้ กุนซือหนุ่มไฟแรงที่ก่อนหน้านี้คุมทีมซัสซูโอโล่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขาสามารถพาทีมเล็กทีมนี้ก้าวขึ้นมาอยู่ในกัลโช่ เซเรีย อาได้สำเร็จ และทำทีมให้มีผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วย ทำให้โรม่าไปดึงตัวมาคุมทีมทันที ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วผลงานของเขาก็ถือว่าไม่เลวทีเดียว โดยเป็นอันดับ 3 ของลีกในประเทศ แต่ในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศเลยทีเดียว ก่อนที่จะแพ้ให้กับลิเวอร์พูลในที่สุด แต่ในฤดูกาลนี้กุนซือหนุ่มวัย 49 ปีกลับพาทีมทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยมักหลุดเสมอให้กับทีมรองบ่อนเป็นประจำ ซึ่งทำให้คะแนนของพวกเขาอยู่แค่เพียงโซนกลางตารางเท่านั้น ซึ่งมีแนวโน้มสูงมากว่าเขาจะถูกปลดจากตำแหน่งกุนซือในถิ่นโอลิมปิก สเตเดี้ยมในเร็ววันนี้

บทความโดย live22sure.com

กัลโช่

มีโอกาสไร้พ่าย

Posted by admin on

   บทความฟุตบอลอิตาลี โดย live22vip.net สมกับเป็นทีมจอมแกร่งแห่งยุคของศึกกัลโช่ เซเรีย อาจริงๆ เมื่อทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส แชมป์สคูเด็ตโต้ 7 สมัยซ้อนใน 7 ปีหลังสุด เริ่มโกยคะแนนหนีเพื่อนร่วมลีกอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล จนผ่านมาแล้วถึง 15 นัดในลีก พวกเขาเก็บชัยชนะไปได้ถึง 14 นัดเลยทีเดียว โดยมีแค่นัดที่พลาดเปิดรังยูเวนตุส อารีน่าเสมอกับเจนัวไป 1-1 เพียงนัดเดียวเท่านั้น นอกนั้นพวกเขาสามารถปราบคู่แข่งไปได้ทั้งหมด ซึ่งในฤดูกาลที่ผ่านๆ มาว่าพวกเขาแข็งแกร่งแล้ว แต่ในฤดูกาลนี้ดูเหมือนว่าทีม “ม้าลาย” จะอัพเกรดเพิ่มความเก่งกาจมากขึ้นไปอีก เมื่อในแดนหน้าพวกเขามีคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าชาวโปรตุกีสที่สามารถตัดสินเกมด้วยโอกาสเพียงครั้งเดียว ซึ่งเขาทำให้เห็นมาแล้วในฤดูกาลนี้ ส่วนในแนวรับพวกเขาก็ได้เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังจอมแกร่งของทีมชาติอิตาลีกลับมาจากเอซี มิลานอีกด้วย หลังจากที่ฤดูกาลที่แล้วขายไปให้กับทีม “ปีศาจแดงดำ” ทำให้ฤดูกาลนี้พวกเขาทำสถิติได้อย่างยอดเยี่ยม ทั้งการทำประตูที่มากที่สุดในลีก และเสียประตูน้อยที่สุดในลีกหลังจากผ่านไปแล้ว 15 นัด โดยเฉพาะเกมรับที่พวกเขาเสียไปเพียงแค่ 8 ประตูเท่านั้น

ด้วยความเหนือชั้นของพวกเขาในฤดูกาลนี้ ที่เหมือนล็อคผลการแข่งขันได้ตามที่ต้องการเลยก็ว่าได้ ทำให้ตอนนี้มีความเป็นไปได้ที่พวกเขาอาจจะเป็นทีมไร้พ่ายในฤดูกาลนี้ก็เป็นไป หรือ่าอาจจะทำลายสถิติต่างๆ ของลีกก็ได้ หากว่าพวกเขาต้องการ โดยในฤดูกาล 2013-2014 ในช่วงที่มีอันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือคนก่อนหน้านี้คุมทีม พวกเขาเคยเก็บได้ถึง 102 คะแนนเลยทีเดียว ซึ่งเป็นสถิติของลีกจนถึงตอนนี้ด้วย ส่วนสถิติการไร้พ่ายหรือการไม่แพ้ใครเลยใน 1 ฤดูกาลพวกเขาก็เคยทำได้เช่นกันในยุคของคอนเต้ในฤดูกาล 2011-2012 ซึ่งหากว่าพวกเขาสนใจเรื่องสถิติเหล่านี้ และด้วยศักยภาพของทีมที่มีตัวผู้เล่นที่สามารถหมุนเวียนกันลงสนามได้แบบนี้ มีโอกาสเป็นอย่างมากที่ยูเวนตุสจะสามารถกลายเป็นทีมไร้พ่ายได้อีกครั้งในฤดูกาลนี้ แต่ทว่านั่นไม่ใช่เป้าหมายหลักของพวกเขาแต่อย่างใด เพราะเป้าหมายหลักของทีมในฤดูกาลนี้ก็คือการไปคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้นั่นเอง ซึ่งในยุคของมัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี พวกเขาพลาดท่าเป็นรองแชมป์มาแล้วถึง 2 ครั้ง ในปี 2015 และ 2017 โดยแพ้ให้กับยอดทีมจากสเปนทั้งบาร์เซโลน่า และเรอัล มาดริด ซึ่งเป็นสิ่งที่กุนซือวัย 51 ปีอยากจะทำให้สำเร็จก่อนวางมือจากการคุมทีม “ม้าลาย”

กัลโช่

บทสรุปการซื้อขายกัลโช่ฯ

Posted by admin on

   

   ตลาดซื้อขายนักเตะของทีมในอิตาลีก็ได้มีการเลื่อนวันปิดตลาดเข้ามาให้เร็วขึ้นเช่นเดียวกันกับในลีกอังกฤษ โดยฤดูกาลนี้ตลาดซื้อขายของอิตาลีมาปิดกันในวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งมันตรงกับวันที่กัลโช่ เซเรีย อาเริ่มเปิดสนามกันพอดี โดยทีมในอิตาลีได้มีการซื้อขายนักเตะกันอย่างมากมาย และเหมือนว่าตลาดซื้อขายนักเตะจะกลับมาคึกคักอีกครั้งในรอบหลายปีเลยทีเดียว หลังจากที่ก่อนหน้านี้พวกเขามีปัญหาด้านการเงินจนไม่มีทีมไหนกล้าลงทุนมากนัก จะมีแค่เพียงยูเวนตุสเท่านั้นที่มีเงินถุงเงินถังอยู่ตลอด

            บทสรุปซื้อขายนักเตะในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาของทีมในอิตาลี คงต้องเริ่มกันที่สโมสรยูเวนตุสที่ได้ทำการซื้อนักเตะที่เป็นดีลที่ใหญ่ที่สุดในช่วงซัมเมอร์นี้คือการที่ไปคว้าตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าระดับโลกมาจากเรอัล มาดริดได้ในราคา 120 ล้านยูโร ถึงแม้ว่าจะมีอายุ 33 ปีแล้วก็ตาม แต่เป็นการทำธุรกิจที่ดีทีเดียว เนื่องจากแค่การขายเสื้อของโรนัลโด้อย่างเดียว ยูเวนตุสก็แทบจะคืนทุนได้แล้ว และยังไม่รวมผลงานในสนามที่จะตามมาต่อจากนี้ด้วย ส่วนรายอื่นๆ ที่ยูเวนตุสได้มาก็ไม่ธรรมดาทีเดียว ทั้งการซื้อขาดดักลาส คอสต้า และการได้เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังตัวเก่งกลับมาจากเอซี มิลานด้วย ส่วน 2 ทีมในเมืองมิลานก็คึกคักเช่นกันในซัมเมอร์ที่ผ่านมา โดยเอซี มิลานได้มีดีล 3 เส้ากับทางยูเวนตุส ที่เสียเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่คืนไป แต่ว่าพวกเขาได้กอนซาโล่ อิกวาอินมาร่วมทีม และมัตเตีย กัลดาร่า กองหลังดาวรุ่งด้วย นอกจากนั้นพวกเขายังได้นักเตะคุณภาพดีอย่างอีวาน สตรินิช แบ็คซ้ายทีมชาติโครเอเชีย และดิเอโก้ ลาซัลต์ แบ็คทีมชาติอุรุกวัยมาจากเจนัวด้วย ส่วนอินเตอร์ มิลานก็คึกคักเช่นกัน เมื่อได้ทั้งราดย่า นาอิงโกลัน ควอดโว่ อซาโมอาห์ สเตฟาน เดอ ไฟรจ์ และซิเม เวอร์ซัลจ์โก้มาร่วมทีม

ส่วนทีมอื่นๆ ก้มีการซื้อขายนักเตะกันพอสมควรตามสภาพคล่องทางการเงินของพวกเขา โดยโรม่าก็เป็นทีมที่ทำตลาดได้ดีตลอด เนื่องจากพวกเขามีมอนชี่ที่เป็นผู้อำนวยการสโมสรฝีมือดี ทำให้ซื้อขายนักเตะได้ดีตลอด แต่โดยรวมแล้วลีกอิตาลีปีนี้ก็ได้เสียนักเตะดาวเด่นออกจากลีกไปไม่น้อย ทั้งจอร์จินโญ่ของนาโปลี และอลิสซง เบ็คเกอร์ของทางโรม่าด้วย

ข้อมูลจาก scr918kissbyp8.com

 

กัลโช่

งูใหญ่ก็คืองูใหญ่

Posted by admin on

            บทความฟุตบอลโดย p8slot.com ทั้งๆ ที่อินเตอร์ มิลานก็ทำการซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีมหลายราย และถือว่ามีชื่อชั้นที่ดีมาก และถูกมองว่าจะกลับมาเป็นทีมที่สามารถหวังลึกๆ กับการลุ้นแชมป์กัลโ เซเรีย อาได้ในฤดูกาลนี้ด้วย รวมถึงยังมีกุนซือฝีมือดีอย่างลูชาโน่ สปัลเล็ตติ ที่ทำทีมอินเตอร์ มิลานจบอันดับที่ 4 ของตารางได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และทำให้ทีมได้กลับมาเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีกครั้งในฤดูกาลนี้ แต่เพียงแค่นัดแรกของฤดูกาลเท่านั้น พวกเขาก็ต้องพ่ายแพ้เป็นนัดแรกเสียแล้ว เมื่อพวกเขาออกไปพ่ายให้กับซัสซูโอโล่ ทีมระดับกลางตารางของศึกกัลโช่ เซเรีย อา 0-1 ซึ่งถือว่าเป็นผลการแข่งขันที่ถือว่าเซอร์ไพรซ์ที่สุดประจำสัปดาห์เลยก็ว่าได้ โยยังเหลือทีมใหญ่ที่ยังไม่ได้ทำการแข่งขันนัดแรกเพียงเอซี มิลานเท่านั้น ที่พวกเขามีคิวจะต้องเจอกับทีมจากเมืองเจนัว และต้องถูกเลื่อนออกไปก่อน เนื่องจากมีเหตุโศกนาตกรรมขึ้นที่สะพานโทเวย์ในเมืองเจนัวถล่ม ซึ่งนอกจากเอซี มิลานแล้ว บรรดาทีมใหญ่ประจำหัวตารางต่างสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด

แต่สิ่งที่น่าเหลือเชื่อกว่าการแพ้ของอินเตอร์ มิลานในนัดนี้ก็คือพวกเขาเป็นฝ่ายที่ปราชัยให้กับซัสซูโอโล่มาถึง 3 นัดติดต่อกันแล้ว ก่อนที่จะมาแพ้ 0-1 ในเกมนัดนี้อีกครั้ง ซึ่งหนสุดท้ายที่อินเตอร์ มิลานสามารถเอาชนะซัสซูโอโล่ได้สำเร็จต้องย้อนกลับไปในเดือนธันวาคมปี 2016 เลยทีเดียว ที่พวกเขาสามารถบุกมาเอาชนะได้ 1-0 โดยได้ประตูชัยจากอันเดรีย กันเดรว่า กองกลางทีมชาติอิตาลี แต่ 3 นัดหลังสุดพวกเขาแพ้หมด ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วอินเตอร์ มิลานก็บุกมาแพ้ด้วยสกอร์ 0-1 ที่สนามแห่งนี้

โดยเกมในวันนั้นลูชาโน่ สปัลเล็ตติจัดผู้เล่นชุดใหญ่ลงสนาม โดยนักเตะใหม่ได้ลงกันหลายคนทีเดียว โดยมาในระบบ 4-4-1-1 โดยทิ้งเมาโร อิการ์ดี้ ดาวซัลโวประจำทีมไว้เป็นกองหน้าตัวเป้า และให้เลาตาโร่ มาร์ติเนซมาเล่นเป็นกองหน้าตัวต่ำ ซึ่งปรากฏว่าพวกเขาเล่นได้ไม่ดีเลย และมาเสียจุดโทษในช่วงท้ายครึ่งแรก และเป็นโดเมนิโก้ เบราร์ดี้ กองหน้าตัวเก่งของเจ้าถิ่นที่สังหารเข้าไป และทำให้อินเตอร์ มิลานเป็นพ่ายแพ้ในที่สุด ซึ่งอินเตอร์ มิลานที่ถูกคาดหวังในฤดูกาลนี้ แต่กลับต้องมาเป็นอินเตอร์ มิลานที่ยังเป็นทีมเดิมจากปีก่อนๆ อยู่ ซึ่งมันทำให้แฟนบอลทีม “งูใหญ่” ระเหี่ยใจเป็นอย่างยิ่ง

 

กัลโช่

การกลับมาของปาร์ม่า

Posted by admin on

  บทความฟุตบอลกัลโช่โดย jackpot168slot.com

หลังจากที่มีปัญหาด้านสภาวะทางการเงินของสโมสรที่นำเงินในอนาคตมาใช้จนติดหนี้บานเบอะ ทำให้ทีมปาร์ม่านั้นแทบจะล้มละลาย แต่สโมสรก็ยังยืดหยัดเคลียร์ปัญหาได้ และได้กลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากในระดับกัลโช่ เซเรีย ซีเมื่อปี 2015 แต่พวกเขาก็สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการเลื่อนชั้นถึง 3 ปีติดต่อกัน จนในฤดูกาลนี้ได้กลับมาเล่นในศึกกัลโช่ เซเรีย อาในฤดูกาลที่จะถึงนี้แล้ว โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วทีม “จัลโล่รอสซี่” สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของศึกกัลโช่ เซเรีย บีได้สำเร็จ คว้าโควต้าเลื่อนชั้นสู่เซเรีย อาแบบอัตโนมัติ โดยพวกเขามีคะแนนเท่ากับโฟรซิโนเน่ ทีมที่ได้อันดับที่ 3 ด้วย แต่ยังดีที่ผลงานเฮด ทู เฮด พวกเขาดีกว่า ทำให้เลื่อนชั้นได้อย่างมหัศจรรย์

ปาร์ม่าเคยเป็นทีมที่มีช่วงเวลาที่รุ่งเรืองมากในยุคปลายทศวรรษที่ 90 จนมาถึงงช่วงต้นปี 2000 โดยยุคนั้นพวกเขามีสุดยอดนักเตะที่เคยค้าแข้งกับทีมนี้มากมาย ทั้งจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน นายประตูที่เคยค่าตัวแพงที่สุดที่ย้ายออกจากปาร์ม่าสู่ยูเวนตุส ลิลิยง ตูราม กองหลังระดับแชมป์โลกของทีมชาติฝรั่งเศส ฟาบิโอ คันนาวาโร่ในตอนที่เป็นนักเตะดาวรุ่งก็ด้วย  รวมถึงเฮอร์นัน เครสโป และฮวน เซบาสเตียน เวรอน 2 ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าในยุคนั้นก็เคยค้าแข้งอยู่กับทีมนี้เช่นกัน แต่ด้วยปัญหาทางด้านการเงินของสโมสร ทำให้พวกเขาต้องขายนักเตะเหล่านี้ออกไปทั้งหมด และสุดท้ายก็กลายเป็นทีมที่ล้มละลาย และมีปัญหาการเงินอย่างหนักจนโดนปรับลดชั้นไปอยู่ลีกระดับล่างสุด

แต่ตอนนี้สถานะทางการเงินของเขาดีขึ้นมาก เมื่อได้กลุ่มทุนชาวจีนเข้ามาบริหารสโมสร แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดจะทุ่มเงินระดับหลายสิบล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะมาร่วมทีม แต่พวกเขาใช้วิธีการกวาดนักเตะเข้ามาเสริมทีมเกือบ 20 ราย โดยเป็นการยืมมาจากทีมใหญ่ๆ อย่างนาโปลี และอินเตอร์ มิลานหลายรายทีเดียว และลงทุนซื้อนักเตะไปแค่ไม่ถึง 10 ล้านยูโรด้วยซ้ำ ซึ่งคงต้องใช้วิธีการนี้ไปก่อน แต่ในฤดูกาลที่จะถึงนี้พวกเขาก็เริ่มต้นไม่ดีซะแล้ว เมื่อพวกเขาจะต้องโดนตัดถึง 5 คะแนนจากการที่เหมือนจะไปล็อคผลการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมีทางเอมิลิโอ คาลิโอ นักเตะของทีมไปส่งข้อความหานักเตะของสเปเซีย คู่แข่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วในนัดสุดท้ายของฤดูกาล และทำให้พวกเขาได้เลื่อนชั้นในที่สุด

กัลโช่

อตาลันต้า กำลังกลับมา

Posted by admin on

    ทีมอตาลันต้า ทีมจากเมืองแบร์กาโม่ในประเทศอิตาลี ที่สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยพวกเขาสามารถจบอันดับที่ 7 ของศึกกัลโช่ เซเรีย อาได้สำเร็จเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยเก็บไปได้ถึง 60 คะแนน แต่ไม่ใช่ผลงานที่ดีที่สุดของพวกเขาแต่อย่างใด เพราะฤดูกาลก่อนหน้านั้นพวกเขาทำได้ถึง 72 คะแนน และสามารถจบถึงอันดับ 4 ของตาราง โดยได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกรอบเพลย์ ออฟด้วย แต่เมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาก็ผลงานตกลงมาเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ในยุคการทำทีมของจาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ กุนซือวัย 60 ปี ที่เข้ามาทำให้อตาลันต้ากลายเป็นทีมที่แพ้ยากขึ้นมาทันที แต่น่าเสียดายเมื่อช่วงต้นฤดูกาลพวกเขาเพลย์ ออฟไปเล่นในศึกยูโรป้า ลีกฤดูกาลนี้ไม่สำเร็จ ทำให้ต้องชวดเล่นฟุตบอลยุโรปไปอีก 1 ฤดูกาล

ด้วยการที่มีเกมเพลย์ ออฟในศึกยูโรป้า ลีกเข้ามาสอดแทรกในช่วงปลายเดือนสิงหาคม ต่อมาจนถึงต้นเดือนกันยายน ทำให้พวกเขาเสียสูญ และเสียสมาธิไปมากเลยทีเดียว และทำให้พวกเขาเริ่มต้นฤดูกาลได้ไม่ดีนัก ด้วยการที่ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยถึง 7 นัดติดต่อกัน และทำให้พวกเขาต้องหล่นลงมาอยู่ในช่วงล่างของตาราง แต่ทว่าด้วยความเก๋าของกุนซือจาน ปิเอโร่ กาสเปรินี่ ที่พอหลังจากเบรคพักให้กับทีมชาติในช่วงกลางเดือนตุลาคมเป็นต้นมา เขาก็สามารถทำให้อตาลันต้ากลับมามีผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกครั้ง โดยพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ถึง 4 นัดติดต่อกัน ซึ่ง 1 ในนั้นคือการเปิดรังถล่มอินเตอร์ มิลาน ทีมที่แข็งแกร่งมากในฤดูกาลนี้ไปถึง 4-1 และด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมในช่วงหลังมานี้ ทำให้พวกเขาสามารถกลับขึ้นมาอยู่ในโซนหัวตารางได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยอตาลันต้ามีคะแนนตามหลังทีมในโซนแชมเปี้ยนส์ ลีกประมาณ 5 คะแนนเท่านั้น ทำให้พวกเขายังคงได้ลุ้นไปเล่นฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลได้อย่างเต็มตัวในฤดูกาลนี้

ในช่วงแรกพวกเขามีปัญหาในแนวรุกเป็นอย่างมาก เนื่องจากอเลฆานโดร โกเมส เพลย์เมคเกอร์ตัวเก่งชาวอาร์เจนไตน์นั้นฟอร์มตกลงไป แต่ว่าก็สามารถเริ่มกลับมาคืนฟอร์มได้แล้ว บวกกับการที่ช่วงหลังได้กองหน้าชาวโคลอมเบียอย่างดูวาน ซาปาต้า ที่คว้าตัวมาจากนาโปลีในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา ก็เริ่มทำประตูช่วยทีมได้อย่างต่อเนื่องด้ย ซึ่งหากว่าพวกเขาสามารถเรียกฟอร์มเก่งอย่างเมื่อ 2 ฤดูกาลที่ผ่านมาได้ ก็มีโอกาสได้ลุ้นพื้นที่ไปเล่นฟุตบอลยุโรปได้อย่างแน่นอน

กัลโช่

กวาญาเรลล่า ที่ฆ่าไม่ตาย

Posted by admin on

    ฟาบิโอ กวาญาเรลล่า ถือว่าเป็นนักเตะที่มีอาชีพค้าแข้งที่น่าสนใจมากทีเดียว โดยเขาเริ่มต้นอาชีพการเป็นนักเตะกับทีมโตริโน่ แต่ปีแรกของเขาก็คือปีที่โตริโน่ต้องตกชั้นไปเล่นในกัลโช่ เซเรีย บี แต่ฤดูกาลต่อมาก็สามารถกลับมาเล่นในศึกสูงสุดได้สำเร็จ ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็กลายเป็นนักเตะจอมพเนจรตลอดมา โดยจากนักเตะในระดับลีกสูงสุดของประเทศ แต่ในฤดูกาล 2002-2003 เขาต้องลงไปเล่นให้กับทีมฟิออเรนติน่า ที่ถึงแม้ว่าจะเป็นทีมดัง แต่ตอนนั้นทีม “ม่วงมหากาฬ” ต้องหล่นไปอยู่ถึงเซเรีย ซี2 ซึ่งกว่าเขาจะสามารถกลับมาเล่นในลีกสูงสุดได้อีกครั้งต้องรอจนถึงฤดูกาล 2005-2006 เลยทีเดียว โดยเล่นให้กับทีมอัสโคลี่ แต่ก็อยู่ได้แค่ปีเดียวเท่านั้นก็ต้องย้ายไปอยู่กับซามพ์โดเรีย ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่เขาสร้างชื่อขึ้นมาเลยก็ว่าได้ โดยตอนนั้นเขายังเป็นดาวรุ่งอยู่ในวัย 22-23 ปีเท่านั้น เนื่องจากเขาเริ่มต้นอาชีพอย่างรวดเร็ว ทำให้ประสบการณ์ในสายอาชีพนี้นั้นสูงมาก ซึ่งหลังจากนั้นกราฟต์อาชีพนักฟุตบอลของเขาก็ประสบความสำเร็จขึ้นเรื่อยๆ โดยได้ย้ายไปอยู่กับทีมที่ใหญ่ขึ้นอย่างอุดิเนเซ่ นาโปลี รวมไปถึงยูเวนตุส ยอดทีมของประเทศอิตาลีด้วย โดยเขาได้แชมป์สคูเด็ตโต้มาครองได้ถึง 3 สมัย ถึงแม้ว่าผลงานการทำประตูจะไม่ได้โดดเด่นนักก็ตาม

หลังจากนั้นมากราฟต์ชีวิตนักเตะของเขาก็ดิ่งลงตามกาลเวลา และอายุของเขา โดยย้ายมาอยู่กับโตริโน่ ซึ่งเขาก็สามารถช่วยทีม “กระทิงหิน” ได้พอสมควร แต่ก็ถูกขายมาให้กับซามพ์โดเรียในช่วงกลางฤดูกาล 2015-2016 ซึ่งพอได้ย้ายกลับมาอยู่ในรังลุยจิ แฟร์ราริสอีกครั้ง เขาเหมือนกลับมาเรียกฟอร์มเก่งได้อีกครั้งด้วย โดยผลงานการทำประตูของเขากับทีมในเมืองเจนัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุของเขา โดยจาก 12 ประตู กลายมาเป็น 19 ประตูเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งกลายเป็นดาวซัลโวของสโมสร 2 ฤดูกาลติดต่อกันด้วย แต่ในฤดูกาลนี้ด้วยวัย 35 ปี ซึ่งน่าจะเป็นฤดูกาลท้ายๆ ในอาชีพค้าแข้งของเขาแล้ว แต่เหมือนว่าการทำประตูของเขาจะยังยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง โดยหลังจากผ่านมาแล้ว 15 นัด เขาช่วยทีมทำได้แล้วถึง 8 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นค่าเฉลี่ยที่ยอดเยี่ยมทีเดียว และเขาอาจจะกลายเป็นอันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ อดีตกองหน้าในตำนานของอุดิเนเซ่ก็ได้ ที่กลายมาเป็นยอดดาวยิงในตอนบั้นปลายของการค้าแข้ง ซึ่งฟาบิโอ กวาญาเรลล่า ถือว่าเป็นนักเตะที่สู้ชีวิตมากทีเดียว กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้

กัลโช่

รอชัยชนะนัดแรก

Posted by admin on

     การแข่งขันฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อาในฤดูกาลนี้ถือว่าเป็นลีกที่น่าสนใจ และน่าติดตามมากทีเดียว โดยเฉพาะสำหรับคอฟุตบอลยุคปลาย 90 หรือช่วงต้นทศวรรษที่ 2000 ที่นอกจากจะได้ชมลีลาการเล่นของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ในดินแดนมักกะโรนีแล้ว เราจะได้กลับมาเห็นทีมปาร์ม่าที่ได้กลับมาโลดแล่นในลีกสูงสุดอีกครั้ง หลังจากที่หายหน้าหายตาไปกว่า 10 ปีเลยทีเดียว โดยหลังจากที่ปาร์ม่าฝ่าวิกฤติทางการเงินมาได้ และได้เจ้าของทีมเป็นกลุ่มทุนจากจีนเข้ามา ทำให้ปาร์ม่าขยับเลื่อชั้นขึ้นมาทีละขึ้น จนเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาสามารถจบอันดับที่ 2 ของตารางกัลโช่ เซเรีย บีได้สำเร็จ และได้ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดจนได้

นัดแรกในศึกกัลโช่ เซเรีย อาที่ปาร์ม่าห่างหายไปนานจะได้เล่นในสนามเอ็นนิโอ ตาร์ตินี่ พบกับอุดิเนเซ่ ที่มีการเปลี่ยนกุนซือเป็นคนที่ 3 ในรอบปีแล้ว จากฤดูกาลก่อนใช้มัสซิโม่ อ็อดโด้ อดีตแบ็คขวาชาวอิตาเลี่ยนคุมทีม แล้วผลงานไม่ดี จึงเปลี่ยนมาเป็นอิกอร์ ทูดอร์ อดีตกองหลังทีมชาติโครเอเชีย ที่คุมช่วงปลายฤดูกาลที่แล้ว โดยในฤดูกาลนี้เป็นทางฮูลิโอ เบลาสเกวซ กุนซือชาวสเปนที่มีประสบการณ์ในการคุมทีมบีญาร์เรอลั และเรอัล เบติสมาก่อน โดยเกมนี้ปาร์ม่าหวังจะเก็บชัยชนะให้ได้ตั้งแต่นัดแรกของฤดูกาล ซึ่งทั้ง 2 ทีมวางหมากมาในระบบ 4-3-3 ทั้งคู่ โดยปาร์ม่ามีทางโรแบร์โต้ ดิ อาแวร์ซ่าคุมทีม ซึ่งทำปาร์ม่าได้ดีทีเดียว และพวกเขาก็ออกนำไปก่อนถึง 2-0 โดยได้ประตูในช่วงท้ายครึ่งแรกจากโรแบร์โต้ อินเญเซ่ กองหน้าวัย 26 ปีของทีม และช่วงนาทีที่ 59 ก็มาได้ประตูจากอันโตนิโอ บาริลล่า กองกลางของทีม ซึ่งปาร์ม่าน่าจะเก็บชัยชนะได้แล้วแท้ๆ แต่ทีมเยือนก็แก้เกมได้ดี และได้ประตูไล่มาเร็วเพียง 5 นาทีเท่านั้นจากโรดริโก้ เด ปาอูล กองกลางชาวอาร์เจนไตน์ และนาทีที่ 69 พวกเขาก็ตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จจากเซโก้ โฟฟาน่า กองกลางดาวรุ่งชาวไอวอรี่ โคสต์ ทำให้จบเกมด้วยสกอร์นี้ ซึ่งทำให้ปาร์ม่ายังไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ ทั้งๆ ที่ครึ่งแรกพวกเขาเล่นกันได้ดีมาก แต่ครึ่งหลังพวกเขาโดนอุดิเนเซ่บุกใส่แทจะตลอด และเกือบที่จะต้องแพ้ด้วยซ้ำ ซึ่งการเก็บ 1 คะแนนในการเล่นในบ้านไม่ส่งผลดีนัก กับทีมที่น่าจะต้องลุนหนีการตกชั้นในฤดูกาลนี้อย่างทีมปาร์ม่า และก็เช่นเดียวกับทางอุดิเนเซ่ด้วย ที่ก็อยู่ในข่ายต้องลุ้นหนีตกชั้นเช่นกัน

กัลโช่

บิ๊กแมตช์นัดแรก

Posted by admin on

    ศึกกัลโช่ เซเรีย อา ซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศอิตาลีได้เริ่มเปิดฉากฤดูกาลขึ้นแล้วเมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ตลาดซื้อขายนักเตะของทีมในอิตาลีได้ปิดตัวลงไปเรียบร้อยแล้วด้วย โดยในการแข่งขันสัปดาห์แรกมีการแข่งขันที่เป็นบิ๊กแมตช์ตั้งแต่สัปดาห์แรกเลยทีเดียว คือการพบกันระหว่างลาซิโอ ที่จบอันดับที่ 5 เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ที่เปิดสนามโอลิมปิกในกรุงโรมต้อนรับการมาเยือนของนาโปลีในยุคใหม่ที่มีคาร์โล อันเชล็อตติ ยอดกุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่เข้ามารับงานคุมทีมต่อจากเมาริซิโอ ซาร์รี่ ที่หนีไปคุมทีมเชลซีในฤดูกาลนี้ ซึ่งถือว่าเป็นแมตช์ที่น่าดูที่สุดในสัปดาห์แรกเลยก็ว่าได้ ถ้าไม่นับการเปิดตัวของคริสเตียโน่ โรนัลโด้กับสโมสรยูเวนตุส

การแข่งขันนัดนั้นซิโมเน่ อินซากี้ กุนซือของลาซิโอจัดทัพในระบบ 3-5-2 โดยแผงหลังมีสเตฟาน ราดู กองหลังทีมชาติโรมาเนียเป็นแกนหลัก และใส่กองกลางลงสนามถึง 5 คน นำโดยเซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิช กองกลางทีมชาติเซอร์เบียที่ต้องอยู่กับทีมต่อไปก่อนในฤดูกาลนี้ โดยประสานงานกับมิลาน บาเดลจ์ กองกลางทีมชาติโครเอเชีย และมาร์โก ปาโรโล่ ดาวเตะดีกรีทีมชาติอิตาลี ส่วนคู่กองหน้าเป็นหลุยซ์ อัลแบร์โต้ จับคู่กับชิโร่ อิมโมบิเล่ ที่ฟอร์มแรงด้วยกันทั้งคู่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ส่วนทีมเยือนมาในระบบ 4-3-3 ตามเดิมแบบในยุคของเมาริซิโอ ซาร์รี่ ซึ่งแทบจะใช้ตัวหลักจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วทั้งหมด โดยคู่ปราการหลังตัวกลางยังเป็นคาลิดู คูลิบาลี่ จับคู่กับราอูล อัลบิโอลตามเดิม ส่วนแดนกลางก็ใช้นักเตะตัวเดิมจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วคืออลัน กองกลางบราซิเลี่ยน เล่นกับพิโอเตอร์ เซลินสกี้ ส่วนตัวทำเกมคือมาเร็ค ฮัมซิค ส่วนฟาเบียน รุยซ์ ที่พวกเขาหวังซื้อมาแทนจอร์จินโญ่เป็นเพียงแค่ตัวสำรองเท่านั้น ส่วนกองหน้าเป็นลอเรนโซ่ อินซิเญ่ กับโฆเซ่ กาเญฆ่อน เล่นขนาบข้างอาร์คาดิอุสซ์ มิลิค กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ที่เล่นเป็นตัวเป้า ส่วนดรีส์ เมอร์เท่นเป็นเพียงตัวสำรองเท่านั้น

รูปเกมเป็นทางนาโปลีที่สามารถครองบอลและหาจังหวะในการทำประตูได้มากกว่า แต่เป็นเจ้าบ้านที่ได้ประตูออกนำไปก่อนจากจังหวะเลี้ยงเข้าไปยิงสุดสวยของชิโร่ อิมโมบิเล่ ดาวซัลโวประจำทีมเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่ว่าท้ายครึ่งแรกทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอจากอาร์คาดิอุสซ์ มิลิค และครึ่งหลังมาได้ประตูชัยจากลอเรนโซ่ อินซิเญ่ในนาทีที่ 59

กัลโช่

นัดแรกของโรนัลโด้

Posted by admin on

    ได้ประเดิมสนามเป็นนัดแรกของศึกกัลโช่ เซเรีย อาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเท่ากับว่าบทละครตอนใหม่ของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะที่เก่งที่สุดของโลกในยุคนี้ได้ลงสนามช่วยทีมยูเวนตุสในนัดที่พบกับคิเอโว่ไปแล้ว ซึ่งนัดแรกของเขาในการสวมเสื้อลายขาว-ดำก็ถือว่าต้องเจอกับความยากลำบากเลยทีเดียว เมื่อทีมของพวกเขากว่าจะเอาชนะเจ้าถิ่นได้ต้องบอกเลยว่าหืดจับแบบสุดๆ ทั้งๆ ที่พวกเขาบุกใส่ตลอด 90 นาที แต่ก็มาพลาดเสีย 2 ประตูให้เจ้าถิ่นจนเกือบจะแพ้ไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ยังดีที่พวกเขามาได้ 2 ประตูในช่วงท้ายเกมจากการทำเข้าประตูตัวเองของมัตเตีย บานี่ กองหลังของเจ้าถิ่น ก่อนที่ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจะเป็นทางเฟเดริโก้ แบร์นาเดสคี่ ตัวรุกของยูเวนตุสจะมาทำประตูได้ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ และทำให้ยูเวนตุสเอาชนะไปได้ 3-2 เก็บ 3 คะแนนแรกได้สำเร็จ ซึ่งหลังเกมก็ได้มีการเก็บสถิติเกี่ยวกับคริสเตียโน่ โรนัลโด้ไว้มากมาย และได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยว่าฟอร์มการเล่นของเขาเป็นอย่างไรบ้างในนัดแรกในศึกกัลโช่ เซเรีย อา แต่ที่แน่ๆ คือคริสเตียโน่ โรนัลโด้สามารถเรียกยอดคนดูของคิเอโว่ให้เข้ามาในสนามได้เต็มที่เลยทีเดียว ซึ่งค่าเฉลี่ยคนดูของคิเอโว่ที่เข้าสนามมาร์ค อันโตนิโอ เบนเตโกดี้เมื่อฤดูกาลที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 12,500 คนโดยประมาณเท่านั้น แต่ว่านัดที่ผ่านมากลับมีแฟนบอลเข้าสนามถึง 28,375 คนเลยทีเดียว และคาดว่าน่าจะเป็นแบบนี้ในทุกสนามแน่ที่ทางยูเวนตุสจะออกไปเยือนในฤดูกาลนี้ ซึ่งก็เพื่อไปดูการเล่นของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ดาวเตะเจ้าของรางวัลบัลลง ดอร์ 5 สมัยให้เห็นกับตานั่นเอง

ในนัดแรกที่พบกับคิเอโว่ โรนัลโด้ถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริงทันที โดยได้โอกาสเล่นกับฮวน กวาดาโด้ ปีกทีมชาติโคลอมเบียที่เล่นเป็นตัวรุกทางขวา ทางซ้ายเป็นดักลาส คอสต้า ปีกบราซิเลี่ยน และหน้าต่ำเป็นเปาโล ดิบาล่า ส่วนโรนัลโด้ได้เล่นเป็นกองหน้าตัวเป้า โดยตลอด 90 นาที โรนัลโด้ได้สับไกลถึง 8 ครั้งเลยทีเดียว แต่ตรงกรอบ 4 ครั้งเท่านั้น และส่งบอลสำเร็จ 90% เลยทีเดียว แต่ว่าจังหวะสุดท้ายยังดูขาดๆ เกินๆ อยู่ ทำให้ยังไม่สามารถเบิกประตูแรกของเขากับยูเวนตุสในแมตช์อย่างเป็นทางการได้ ซึ่งก็คงต้องปรับจังหวะอีกซักระยะในการเล่นให้เข้าขากัน และก็คงไม่มีปัญหาในการถล่มประตูของเขาอย่างแน่นอนหลังจากนี้