กัลโช่

การกลับมาของปาร์ม่า

Posted by admin on

  บทความฟุตบอลกัลโช่โดย jackpot168slot.com

หลังจากที่มีปัญหาด้านสภาวะทางการเงินของสโมสรที่นำเงินในอนาคตมาใช้จนติดหนี้บานเบอะ ทำให้ทีมปาร์ม่านั้นแทบจะล้มละลาย แต่สโมสรก็ยังยืดหยัดเคลียร์ปัญหาได้ และได้กลับมาลงแข่งขันอีกครั้ง โดยเริ่มต้นจากในระดับกัลโช่ เซเรีย ซีเมื่อปี 2015 แต่พวกเขาก็สร้างปาฏิหาริย์ด้วยการเลื่อนชั้นถึง 3 ปีติดต่อกัน จนในฤดูกาลนี้ได้กลับมาเล่นในศึกกัลโช่ เซเรีย อาในฤดูกาลที่จะถึงนี้แล้ว โดยเมื่อฤดูกาลที่แล้วทีม “จัลโล่รอสซี่” สามารถคว้าอันดับที่ 2 ของศึกกัลโช่ เซเรีย บีได้สำเร็จ คว้าโควต้าเลื่อนชั้นสู่เซเรีย อาแบบอัตโนมัติ โดยพวกเขามีคะแนนเท่ากับโฟรซิโนเน่ ทีมที่ได้อันดับที่ 3 ด้วย แต่ยังดีที่ผลงานเฮด ทู เฮด พวกเขาดีกว่า ทำให้เลื่อนชั้นได้อย่างมหัศจรรย์

ปาร์ม่าเคยเป็นทีมที่มีช่วงเวลาที่รุ่งเรืองมากในยุคปลายทศวรรษที่ 90 จนมาถึงงช่วงต้นปี 2000 โดยยุคนั้นพวกเขามีสุดยอดนักเตะที่เคยค้าแข้งกับทีมนี้มากมาย ทั้งจิอันลุยจิ บุฟฟ่อน นายประตูที่เคยค่าตัวแพงที่สุดที่ย้ายออกจากปาร์ม่าสู่ยูเวนตุส ลิลิยง ตูราม กองหลังระดับแชมป์โลกของทีมชาติฝรั่งเศส ฟาบิโอ คันนาวาโร่ในตอนที่เป็นนักเตะดาวรุ่งก็ด้วย  รวมถึงเฮอร์นัน เครสโป และฮวน เซบาสเตียน เวรอน 2 ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่าในยุคนั้นก็เคยค้าแข้งอยู่กับทีมนี้เช่นกัน แต่ด้วยปัญหาทางด้านการเงินของสโมสร ทำให้พวกเขาต้องขายนักเตะเหล่านี้ออกไปทั้งหมด และสุดท้ายก็กลายเป็นทีมที่ล้มละลาย และมีปัญหาการเงินอย่างหนักจนโดนปรับลดชั้นไปอยู่ลีกระดับล่างสุด

แต่ตอนนี้สถานะทางการเงินของเขาดีขึ้นมาก เมื่อได้กลุ่มทุนชาวจีนเข้ามาบริหารสโมสร แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดจะทุ่มเงินระดับหลายสิบล้านปอนด์ในการซื้อนักเตะมาร่วมทีม แต่พวกเขาใช้วิธีการกวาดนักเตะเข้ามาเสริมทีมเกือบ 20 ราย โดยเป็นการยืมมาจากทีมใหญ่ๆ อย่างนาโปลี และอินเตอร์ มิลานหลายรายทีเดียว และลงทุนซื้อนักเตะไปแค่ไม่ถึง 10 ล้านยูโรด้วยซ้ำ ซึ่งคงต้องใช้วิธีการนี้ไปก่อน แต่ในฤดูกาลที่จะถึงนี้พวกเขาก็เริ่มต้นไม่ดีซะแล้ว เมื่อพวกเขาจะต้องโดนตัดถึง 5 คะแนนจากการที่เหมือนจะไปล็อคผลการแข่งขันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว โดยมีทางเอมิลิโอ คาลิโอ นักเตะของทีมไปส่งข้อความหานักเตะของสเปเซีย คู่แข่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วในนัดสุดท้ายของฤดูกาล และทำให้พวกเขาได้เลื่อนชั้นในที่สุด

กัลโช่

นาโปลีปีนี้

Posted by admin on

    ในช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมาถือว่าเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของนาโปลี ทีมในเมืองเนเปิ้ลของประเทศอิตาลี ที่พวกเขาต้องผ่าตัดทั้งทีม เมื่อพวกเขาต้องเสียเมาริซิโอ ซาร์รี่ กุนซือจอมเก๋าออกไปให้กับเชลซี แถมยังเสียจอร์จินโญ่ กองกลางห้องเครื่องดีกรีทีมชาติอิตาลีตามออกไปอยู่กับทีมดังของอังกฤษด้วย ทำให้พวกเขาต้องหานายใหม่เข้ามคุมทีมในถิ่นซาน เปาโล ซึ่งพวกเขาก็ไปได้ตัวคาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือจอมเก๋าชาวอิตาเลี่ยน ที่เคยพาเอซี มิลานประสบความสำเร็จในการเป็นแชมป์มามากมายในช่วงประมาณ 10 ปีก่อนเข้ามาคุมทีม โดยก่อนหน้านี้เขาโดนบาเยิร์น มิวนิค ทีมยักษ์ใหญ่ของบุนเดสลีก้าไล่ออกจากการเป็นกุนซือเมื่อปลายปีที่แล้ว เนื่องจากผลงานในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกไม่ดีเท่าที่ควร รวมถึงมีคลื่นใต้น้ำในถิ่น “เสือใต้” ด้วย จึงมารับงานในอิตาลีอีกครั้งกับนาโปลี ซึ่งเขาไม่ได้รับงานคุมทีมในอิตาลีอีกเลยหลังออกจากเอซี มิลานเมื่อปี 2009

การที่นาโปลีเสียเมาริซิโอ ซาร์รี่ และจอร์จินโญ่ไป ก็เหมือนกลับการทุบบ้านทิ้งทั้งหลัง และต้องมาเริ่มสร้างกันใหม่หมด ทั้งระบบการเล่น และเรื่องอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเงินจำนวน 51 ล้านปอนด์ที่พวกเขาได้จากการขายจอร์จินโญ่ให้กับเชลซี ออเรลลิโอ เด ลอเรนติส ประธานสโมสรนาโปลีได้นำเงินไปซื้อฟาเบียน รุยซ์ กองกลางจากเรอัล เบติสมาเป็นตัวแทน รวมถึงซิโมเน่ แวร์ดี้ ปีกจากโบโลญญ่า และอเล็กซ์ เมเร็ต นายประตูจากอุดิเนเซ่ด้วย ซึ่งบวกกับนักเตะเก่าที่มีอยู่ก็ทำให้พวกเขายังมีทีมที่แข็งแกร่งอยู่พอสมควร แต่ติดตรงระบบการเล่นต้องมาสร้างกันใหม่ หลังจากใช้ระบบ 4-3-3 ของเมาริซิโอ ซาร์รี่มาถึง 3 ฤดูกาล โดยในยุคของซาร์รี่พวกเขาเล่นเกมรุกกันเป็นอาจิน ซึ่งน่าจะต้องใช้เวลาพอสมควรในการปรับจูนนักเตะให้เข้ากับระบบใหม่ของคาร์โล อันเชล็อตติ ที่ไม่ได้เป็นกุนซือที่ทำเกมบุกจัดจ้านแบบซาร์รี่

ในช่วงของการอุ่นเครื่องที่ผ่านมา ลูกทีมของคาร์โล อันเชล็อตติ ถือว่าค่อยๆ ปรับจูนกันไปแบบช้าๆ โดยพวกเขาเลือกที่จะอุ่นเครื่องกับทีมเล็กๆ ก่อน และค่อยๆ ไต่ระดับไปเจอกับทีมที่แข็งแกร่งขึ้น แต่พวกเขาต้องไปจอดป้ายเมื่อไปโดนลิเวอร์พูล ทีมฟอร์มโหดจากอังกฤษถล่มยับกลับมาถึง 0-5 ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเกมอุ่นเครื่งองก็ตาม แต่ก็บั่นทอนความมั่นใจของพวกเขาไปมากทีเดียว

กัลโช่

“งูใหญ่” น้อยแต่มาก

Posted by admin on

    ทีมจากกัลโช่ เซเรีย อา ที่ซบเซาทางด้านการเงินไปนาน เนื่องด้วยภาวะเศรษฐกิจ รวมถึงการที่แฟนบอลที่เข้าชมเกมในสนามน้อยลงเรื่อยๆ ทำให้ทีมต่างๆ ต้องประสบปัญหาทางด้านการเงิน และต้องรัดเข็มขัดกันมากขึ้น แต่ในซีซั่นนี้ดูเหมือนว่าหลายๆ ทีมจะได้นายทุนใหม่เข้ามาหนุนหลัง และเริ่มจับจ่ายใช้สอย ยกเว้นทางด้านยูเวนตุสที่ทุนหนามาแต่ไหนแต่ไร และครองความยิ่งใหญ่ในอิตาลีมาตลอดในช่วงเกือบ 10 ปีหลังสุ แต่ในฤดูกาลนี้ทางโรม่าก็เสริมนักเตะเข้ามาหลายราย รวมถึงเอซี มิลานที่มีการเปลี่ยนขั้วของเจ้าของทีม และรวมไปถึงทีม “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลานด้วย ที่ได้รับคำชมเป็นอย่างมากที่เสริมทัพได้อย่างยอดเยี่ยมในช่วงซัมเมอร์นี้ เมื่อพวกเขาใช้เงินไปประมาณ 65 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่กลับได้นักเตะคุณภาพเข้าสู่ทีมหลายรายเลยทีเดียว และแต่ละคนนั้นมีดีกรีติดทีมชาติกันมาแล้วทั้งนั้นด้วย

ลูชาโน่ สปัลเล็ตติ กุนซือหัวใสของอินเตอร์ มิลานจัดการสอยราดย่า นาอิงโกลัน กองกลางศิษย์เก่าจากโรม่ามาร่วมทีมหลังจากที่เจ้าตัวพลาดการไปเล่นฟุตบอลโลกกับทีมชาติเบลเยี่ยม ด้วยค่าตัว 34 ล้านปอนด์ ซึ่งถือว่าแพงที่สุดในตลาดรอบนี้ของพวกเขา นอกจากนั้นพวกเขายังไปคว้าเลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าวันเดอร์คิดชาวอาร์เจนไตน์จากราซิ่ง คลับในอาร์เจนติน่ามาร่วมทีมอีกราย ด้วยค่าตัว 14 ล้านปอนด์ ซึ่งดาวเตะรายนี้ถูกมองว่ามีอนาคตไกลทีเดียว และน่าจะมาเล่นคู่กับเมาโร อิการ์ดี้ กองหน้ากัปตันทีมในฤดูกาลนี้ และยังมีเฟเดริโก้ ดิมาร์โก้ แบ็คซ้ายดาวรุ่งจากเอฟซี ซิญงอีก 6 ล้านปอนด์ ซึ่งอินเตอร์ มิลานใช้เงินซื้อขาดนักเตะไปเพียงแค่ 3 รายนี้เท่านั้น ส่วนที่เหลือเป็นการจ่ายค่ากินเปล่าในการขอยืมตัวซิเม เวอร์ซาจ์ลโก้ แบ็คขวาทีมชาติโครเอเชียมาจากแอตเลติโก มาดริด ประมาณ 6 ล้านปอนด์ และมัตเตโอ โปลิตาโน่ ปีกขวาที่ยืมมาจากซัสซูโอโล่อีก 4.5 ล้านปอนด์ และที่สำคัญคือพวกเขาได้นักเตะฟรีเข้ามาเสริมทีมอีก 2 รายคือสเตฟาน เดอ ไฟรจ์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ที่เคยเป็นตัวหลักของลาซิโอมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้ และควอดโว่ อซาโมอาห์ แบ็คซ้ายทีมชาติกาน่าที่หมดสัญยากับยูเวนตุสอีก 1 ราย ทำให้พวกเขากลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งในทันตา ทั้งในด้านตัวจริงและตัวสำรอง โดยการเสริมนักเตะคุณภาพมาถึง 7 ราย แต่จ่ายเงินออกไปไม่ถึง 70 ล้านยูโรด้วยซ้ำ

กัลโช่

ลดราคา

Posted by admin on

    จากการตั้งราคาไว้สูงลิ่วถึง 140 ล้านยูโรก่อนหน้าที่ศึกฟุตบอลโลกที่รัสเซียจะเริ่มต้นขึ้น ทำให้ยักษ์ใหญ่ทีมต่างๆ ที่สนใจตัวของเซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิช กองกลางทีมชาติเซอร์เบียที่ฟอร์มโดดเด่นกับลาซิโอเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้จนมาถึงต้นเดือนสิงหาคมแล้ว ดาวเตะวัย 23 ปียังไม่ได้ย้ายทีมไปไหนเลย และแทบไม่มีข่าวว่าทีมไหนจะสนใจคว้าตัวเขาไปร่วมทีมในตอนนี้เลย โดยก่อนหน้านี้เขามีทางแมนเชสเตอ์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริดที่สนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม แต่หลังจากที่ทางทีมดังจากอังกฤษคว้าตัวเฟร็ด กองกลางทีมชาติบราซิลจากชัคต้าร์ โดเน็ตส์ไปร่วมทีมแล้ว ด้วยค่าตัวกว่า 50 ล้านปอนด์ ซึ่งถูกกว่ามิลินโควิช ซาวิชเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ทำให้ทีมดังจากอังกฤษเลิกสนใจกองกลางไปโดยปริยาย เนื่องจากพวกเขามีกองกลางแน่นเต็มทีมไปหมดแล้ว ส่วนทางเรอัล มาดริดที่มีการตั้งกุนซือคนใหม่เป็นจูเลน โลโปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปน ก็เหมือนว่าจะเลิกให้ความสนใจในตัวเขาไปทันที เนื่องจากกุนซือวัย 51 ปีมองว่ากองกลางของเรอัล มาดริดแข็งแกร่งอยู่แล้ว และมีกองกลางตัวจริงที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกอยู่แล้ว ทั้งคาเซมิโร่ กองกลางตัวรับทีมชาติบราซิล ลูก้า โมดริช กองกลางกัปตันทีมชาติโครเอเชียซึ่งเป็นเจ้าของนักเตะยอดเยี่ยมประจำศึกฟุตบอลโลกที่ผ่านมา และโทนี่ โครสส์ กองกลางทีมชาติเยอรมัน ที่เป็นสามประสานที่ทำให้เรอัล มาดริดครองความยิ่งใหญ่ในยุโรปตลอด 3 ปีหลังมานี้ ทำให้จูเลน โลโปเตกีอาจจะมองว่าการจะซื้อนักเตะกองกลางระดับ 100 ล้านยูโรมานั่งเป็นตัวสำรองไม่ใช่สิ่งที่ควรทำแม้แต่น้อย จึงเลิกให้ความสนใจไปในที่สุด และให้ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรนำเงินไปซื้อนักเตะตำแหน่งอื่นดีกว่า

จากที่ตอนแรกลาซิโอตั้งค่าตัวไว้ถึง 140 ล้านยูโร และทำให้ขายไม่ออกจนถึงวันนี้ แต่ล่าสุดทางเคลาดิโอ โลติโต้ ประธานสโมสรของลาซิโอได้ออกมาปักป้ายขายเซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิชใหม่อีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาลดราคาจากเดิมไปถึง 30 ล้านยูโร เหลืเพียง 110 ล้านยูโรเท่านั้น แต่มันอาจจะสายเกินไปแล้วก็ได้ เพราะเนื่องจากหลายๆ ทีมยักษ์ใหญ่ต่างซื้อหาจับจองนักเตะที่ต้องการกันเกือบหมดแล้ว และบางทีมปิดงบการซื้อนักเตะไปแล้วด้วย ทำให้กองกลางชาวเซอร์เบียอาจจะได้ค้าแข้งกับลาซิโอไปก่อนในฤดูกาลนี้ แล้วค่อยปักป้ายขายใหม่ในปีหน้า ซึ่งค่าตัวของเขาจะขึ้นอยุ่กับผลงานในฤดูกาลนี้ด้วย

กัลโช่

ไม่ได้ย้ายซักที

Posted by admin on

     ก่อนหน้าศึกฟุตบอลโลกเมื่อกลางปีที่ผ่านมาจะเริ่มต้นขึ้น มีนักเตะคนหนึ่งที่เนื้อหอมมาก และมีข่าวว่าหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม นั่นคือเซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิช กองกลางชื่อยาวทีมชาติเซอร์เบียของลาซิโอ ที่ทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเรอัล มาดริด 2 ยักษ์ใหญ่ในยุโรปตกเป็นข่าวว่าสนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม แต่ด้วยการที่ลาซิโอตั้งค่าตัวของกองกลางวัย 23 ล้านปอนด์ไว้มากกว่า 100 ล้านปอนด์ ทำให้แต่ละทีมที่สนใจก็ค่อยๆ ถอยฉากออกไปทีละนิดๆ จนกระทั่งตอนนี้แทบไม่มีข่าวการย้ายทีมของเขาให้เห็นอีกเลย หลังจากจบศึกฟุตอบอลโลกที่ผ่านมา

ในศึกฟุตบอลโลกที่ผ่รนมากับทีมชาติเซอร์เบีย เซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิช ก็ช่วยให้ทีมชาติเซอร์เบียเก็บชัยชนะได้ 1 นัดที่พบกับทีมชาติคอสตาริก้า แต่ 2 นัดต่อมาก็พ่ายให้กับทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ และทีมชาติบราซิล ทำให้พวกเขาต้องตกรอบแรกไปในที่สุด ซึ่งผลงานส่วนตัวของเขาก็ไม่ถือว่าเลวร้ายอะไรนัก แต่ก็ไม่ได้โดดเด่นอย่างที่ถูกคาดการณ์กันไว้ แต่ก็พอจะแสดงให้เห็นว่าราคาที่ทางทีม “อินทรีฟ้า-ขาว” ตั้งเอาไว้นั้นเป็นราคาที่เกินจริงไปมาก ทำให้ไม่มีใครเข้ามายุ่งกับดาวเตะชื่อยาวผู้นี้อีกเลยหลังจากจบทัวร์นาเม้นต์

ลาซิโอซื้อเซอร์เกจ์ มิลินโควิช ซาวิชมาจากเก๊งค์ ทีมจากลีกเบลเยี่ยมเมื่อปี 2015 ซึ่งตอนนั้นมีวัยเพียง 20 ปีด้วยค่าตัวประมาณ 16 ล้านปอนด์ หลังจากนั้นเขาก็ได้กลายเป็นกำลังหลักในถิ่นโอลิมปิก สเตเดี้ยมขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในยุคของกุนซือซิโมเน่ อินซากี้ น้องชายของฟิลิโป้ อินซากี้ อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลี ที่เข้ามาคุมทีมลาซิโอเมื่อปี 2016 หลังจากนั้นมิลินโควิช ซาวิชก็ได้ลงสนามช่วยทีมอย่างต่อเนื่องในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวรุก และเขามาดังเปรี้ยงเมื่อฤดูกาลที่แล้วนั่นเอง โดยสามารถช่วยทีมทำประตูได้ถึง 14 ประตูจากการลงสนามทั้งหมด 48 นัด ซึ่งเขามีความครบเครื่องทั้งการทำประตู การเลี้ยง การส่งบอล ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ ทำให้เขาสามารถเล่นลูกกลางอากาศได้ดีอีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่มิดฟิล์คนหนึ่งจะมีได้แล้ว แต่อุปสรรคสำคัญในการย้ายทีมของเขาในซัมเมอร์นี้ก็คือราคาที่ทางสโมสรตั้งไว้ โดยไม่มีทีท่าว่าจะลดหย่อนลงเลยด้วย ทำให้ฤดูกาลที่จะถึงนี้เขาอาจจะได้ยู่กับลาซิโอต่ออีก 1 ฤดูกาล

 

กัลโช่

“งูใหญ่” ไฟแรงเฟร่อ

Posted by admin on

  ทีม “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ในศึกกัลโช่ เซเรีย อา ที่เมื่อฤดูกาลที่แล้วคว้าอันดับ 4 ได้โควต้าไปเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกได้สำเร็จในฤดูกาลนี้ โดยพลิกแซงลาซิโอมาได้ในนัดสุดท้ายของฤดูกาลด้วย ทำให้พวกเขาได้เงินมาเสริมทัพนักเตะเข้าสู่ทีมอีกหลายคนเลยทีเดียว เพื่อเป้าหมายที่จะกลับไปประสบความสำเร็จให้ได้อีกครั้ง เหมือนในยุคที่โชเซ่ มูรินโญ่ ยอดกุนซือชาวโปรตุกีสเคยทำได้เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งเมื่อฤดูกาลที่แล้วพวกเขาได้ดึงตัวลูชาโน่ สปัลเล็ตติ อดีตกุนซือคนเก่งของโรม่าเข้ามาคุมทีมในถิ่นจูเซ็ปเป้ เมซซ่า และตามมาด้วยการเสริมทัพนักเตะอีกหลายรายทีเดียว รวมแล้วซัมเมอร์ที่แล้วพวกเขาใช้เงินซื้อนักเตะเข้าทีมไปเกือบ 100 ล้านปอนด์เลยที่เดียว จนทำให้เกือบโดนกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์เล่นงาน โดยมีมิลาน สครินเนียร์ ปราการหลังทีมชาติสโลวาเกียที่ซื้อมาแพงที่สุดถึง 24 ล้านปอนด์จากซามพ์โดเรีย แต่เขาก็ไม่ทำให้กุนซือหัวเหม่งผิดหวัง ด้วยการโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอด จนตกเป็นข่าวกับหลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปที่สนใจจะคว้าตัวไปร่วมทีม และมีมาเตียส เวซิโน่ กองกลางทีมชาติอุรุกวัยจากฟิออเรนติน่าอีกราย ที่ได้กลายเป็นตัวหลักของทีม แต่นอกนั้นถือว่าผลงานยังไม่ดีนัก

ฤดูกาลนี้อินเตอร์ มิลานจึงต้องทุ่มทุนอีกครั้งในตลาดซื้อขายนักเตะรอบนี้ โดยรวมกับรายได้จากการขายนักเตะที่ไม่ใช้งานออกจากทีมไปนับสิบราย โดยมีกอฟฟรี ก็องด็อกเบีย กองกลางชาวฝรั่งเศสที่ขายไปให้กับบาเลนเซียในสเปน ทำให้ได้เงินจากการขายนักเตะรวมๆ แล้วเกือบ 70 ล้านปอนด์ สโมสรเลยไปดึงราดย่า นาอิงโกลัน กองกลางชาวเบลเยี่ยมมาจากโรม่าด้วยค่าตัวเกือบ 35 ล้านปอนด์ และมีเลาตาโร่ มาร์ติเนซ กองหน้าดาวรุ่งชาวอาร์เจนไตน์มาจากทีมในบ้านเกิดอีก และที่สำคัญพวกเขายังได้นักเตะฟรีคุณภาพดีอย่างสเตฟาน เดอ ไฟรจ์ ปราการหลังทีมชาติฮอลแลนด์ที่หมดสัญญากับลาซิโอ และควอดโว่ อซาโมอาห์ แบ็คซ้ายที่หมดสัญญากับยูเวนตุสมาอีกด้วย ทำให้พวกเขาเสริมทัพได้มีคุณภาพ และเงินยังเหลือจากการขายนักเตะอีกพอสมควร และยังสามารถเสริมทีมได้อีกในช่วงที่ตลาดซื้อขายนักเตะยังเปิดอยู่นี้ และหากรวมกับนักเตะเก่าของทีมอย่างเมาโร อิการ์ดี้ อีวาน เปริซิช ทำให้อินเตอร์ มิลานมีทีมที่แข็งแกร่งทีเดียว

กัลโช่

ตัวแทนบุฟฟ่อน

Posted by admin on

    ฤดูกาลนี้ทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุส ทีมแชมป์กัลโช่ เซเรีย อา 7 สมัยซ้อนมีการเปลี่ยนแปลงทีมมากมาย โดยเป็นการอัพเกรดทีมให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น โดยการคว้าคริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าทีมชาติโปรตุเกสจากเรอัล มาดริดมาร่วมทีม แต่ก็มีสิ่งที่น่าใจหายเช่นกัน คือการจากไปของจานลุยจิ บุฟฟ่อน นายทวารจอมเก๋าที่อยู่กับสโมสรมานานกว่า 18 ปี ที่ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับปารีส แซงต์ แชร์กแมง ทีมดังจากลีก เอิงของฝรั่งเศส เพื่อสานฝันในการต้องการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกให้ได้ซักครั้งในอาชีพการเล่นของเขา แต่ก็เหมือนเป็นการสวนทางกับยูเวนตุสที่เสริมทีมก็เพื่อต้องการคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเช่นกัน โดยการจากไปของบุฟฟ่อนทำให้ต้องมีการเปลี่ยนนายประตูมือ 1 ของทีมในรอบเกือบ 20 ปีทันที โดยทางยูเวนตุสได้ไปสอยมัตเตีย เปริน นายประตูรูปหล่อวัย 25 ปีจากเจนัวมาร่วมทีม ด้วยค่าตัวที่รวมโบนัสทั้งหมดแล้วประมาณ 15 ล้านยูโร โดยเปรินได้ติดทีมชาติอิตาลีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วด้วยหลังจากการอำลาทีมชาติของบุฟฟ่อน เขาก็ได้รับโอกาสให้ลงสนามเป็นตัวจริงในเกมอุ่นเครื่องทันที ในนัดที่เสมอกับทีมชาติฮอลแลนด์ 1-1 แต่เขาเคยติดทีมชาติมาแล้ว 1 ครั้งเมื่อปี 2014 ซึ่งตอนนี้มือ 1 ทีมชาติอิตาลียังเปิดกว้างด้วย ซึ่งนายด่านวัย 25 ปีก็มีโอกาสไม่น้อย หากยืดตัวจริงในถิ่นอัลลิอันซ์ สเตเดี้ยมของยูเวนตุสได้

โดยมัตเตีย เปริน อาจจะต้องแย่งมือ 1 ในทีมกับวอเชียค เชสนี่ นายประตูทีมชาติโปแลนด์ ที่ได้โอกาสเป็นมือ 1 อยู่ช่วงนึงที่บุฟฟ่อนได้รับบาดเจ็บเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งฝีมือ 2 นายด่านนี้ถือว่าสูสี ใกล้เคียงกันมาก อยู่ที่ว่ามัสซิมิเลียโน่ อัลเลกรี กุนซือของทีมว่าจะเลือกใครเป็นมือ 1 หรือทายาทอสูรต่อจากจานลุยจิ บุฟฟ่อน ที่ตลอดระยะเวลา 18 ปีในเมืองตูรินทำสถิติไว้กับสโมสรอย่างมากมาย โดยนายประตูวัย 40 ปีได้เป็นผู้รักษาประตูยอดเยี่ยมประจำศึกกัลโช่ เซเรีย อาถึง 10 สมัย และลงสนามมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของสโมสร โดยเป็นรองเพียงอเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ อดีตกองหน้าทีมชาติอิตาลีคนเดียวเท่านั้น และเป็นผู้รักษาประตูทีมรักษาคลีนชีตได้ยาวนานที่สุดของลีกด้วยจำนวน 10 นัด หรือ 974 นาทีเลทีเดียว เมื่อฤดูกาล 2015-2016 ซึ่งตอนแรกคิดกันว่าบุฟฟ่อนน่าจะอำลาแขวนถุงมือกับยูเวนตุสแล้ว แต่สุดท้ายกับมีการย้ายทีมออกนอกประเทศไปซะนั่น

กัลโช่

แค่ขายเสื้อก็คุ้มแล้ว

Posted by admin on

    มูลค่าซื้อขายนักเตะในยุคปัจจุบันถือว่าแพงระยับจากแต่ก่อนมาก ซึ่งเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน นักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกอย่างปอล ป็อกบา ที่ย้ายจากยูเวนตุสมาสู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังมีมูลค่าประมาณ 89 ล้านปอนด์เท่านั้น แต่ราคาตลาดนักเตะโลกมาเริ่มรวนก็ตอนที่ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่มีเศรษฐีน้ำมันหนุนหลังทุ่มเงิน 222 ล้านยูโรฉีกสัญญาคว้าตัวเนย์มาร์ กองหน้าทีมชาติบราซิลมาจากบาร์เซโลน่า ทำให้ค่าตัวนักเตะปั่นป่วนไปหมด และเริ่มมีการซื้อขายนักเตะที่มีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงตอนนี้ และการย้ายทีมระดับค่าตัว 100 ล้านยูโรก็เริ่มจะมีให้เห็นมากขึ้นจนกลายเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับโลกฟุตบอลไปแล้วในตอนนี้

และเมื่อหลังจบฟุตบอลโลกที่ผ่านมาก็มีการย้ายทีมค่าตัวระดับ 120 ล้านยูโรอีกครั้ง แต่เป็นคริสเตียโน่ โรนัลโด้ นักเตะที่เก่งที่สุดในโลกแห่งวงการฟุตบอลยุคนี้ ถึงแม้ว่าจะมีวัย 33 ปีแล้ว แต่กับราคา 120 ล้านยูโรนั้นถือว่าเป็นราคาที่ไม่แพงเลยทีเดียวกับสิ่งที่จะตามมาจากการได้คริสเตียโน่ โรนัลโด้มาร่วมทีม ซึ่งมันก็คือมูลค่าทางการตลาดของเขานั่นเอง ด้วยภาพลักษ์ที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด รวมถึงกับเรอัล มาดริด ทำให้มูลค่าทางการตลาดของเขาสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หากนับแต่วงการฟุตบอลด้วยกันเขาไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน และมันก็แสดงให้เห็นตั้งแต่วันแรกที่เขาสวมเสื้อยูเวนตุสเปิดตัวต่อหน้าสื่อและแฟนบอล เพราะการมาของเขาทำให้ยอดขายเสื้อ “ม้าลาย” ขายได้ถล่มทลายถึง 520,000 ตัวหลังจากประกาศคว้าตัว CR7 มาร่วมทีม ซึ่งมากกว่าตอนที่เนย์มาร์ย้ายจากบาร์เซโลน่าไปร่วมทีมปารีส แซงต์ แชร์กแมง ที่ขายเสื้อได้เพียง 10,000 ตัวเท่านั้น นี่แสดงให้เห็นถึงมูลค่าทางการตลาดของคริสเตียโน่ โรนัลโด้ ว่ามีมากกว่าดาวเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลกมากเพียงไหน และยังมีการรายงานด้วยว่าหลังจากยูเวนตุสได้ตัวโรนัลโด้มาร่วมทีม ทีม “ม้าลาย” ฟันกำไรมาแล้วกว่า 60 ล้านยูโร เฉพาะการขายเสื้อของดาวเตะกัปตันทีมชาติโปรตุเกสเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าพวกเขาได้ทุนคืนมาแล้วครึ่งนึงจากการจ่ายค่าตัวคริสเตียโน่ โรนัลโด้ให้กับทางเรอัล มาดริด และยูเวนตุสยังมีเวลาอีกถึง 4 ปีที่จะกอบโกยผลประโยชน์ในตัวของโรนัลโด้ทั้งมูลค่าการตลาดนอกสนาม และผลงานในสนามของเขา ที่จะช่วยเข้ามาถล่มประตูให้กับทีม นอกจากความสำเร็จที่ยูเวนตุสจะได้แล้ว สิ่งที่จะได้แน่ๆ หลังจากนี้ก็คือ “กำไร”  จากชายที่ชื่อโรนัลโด้

กัลโช่

โบนุชชีกำลังตกต่ำ

Posted by admin on

   หลังจากเป็นกำลังสำคัญกวาดความสำเร็จให้กับทีม “ม้าลาย” ยูเวนตุสตลอดด 7 ฤดูกาลที่เขาค้าแข้งอยู่กับทีมยักษ์ใหญ่แห่งเมืองตูริน ด้วยการคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อาถึง 6 สมัย ติดต่อกัน โคปา อิตาเลีย 3 สมัย รวมถึงรองแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกอีก 2 ครั้ง เลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ ปราการหลังทีมชาติอิตาลีวัย 31 ปีก็เป็นกำลังหลักในแผงหลังให้ยูเวนตุสมาโดยตลอด และถือเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งเวลาลงสนามร่วมกับจอร์โจ้ คิเอลลินี่ และอันเดรีย บาร์ซาญี่ 2 ปราการหลังทีมชาติอิตาลีที่ร่วมเล่นกันที่ยูเวนตุสด้วย แต่เมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วเขากลับติดสินใจย้ายข้ามเมืองมาร่วมทีมเอซี มิลานที่เหมือนจะเริ่มต้นสร้างทีมใหม่หลังจากได้กลุ่มทุนรายใหม่เข้ามาลงทุนกับสโมสร ซึ่งเหมือนเป็นการลดระดับต้นสังกัดของตัวเอง ถึงแม้การย้ายมาค้าแข้งยังถิ่นซาน ซีโร่ เขาจะได้รับบทบาทเป็นกัปตันทีม “ปีศาจแดงดำ” ก็ตาม แต่ด้วยปัญหาหลายอย่างของสโมสร ที่ถึงแม้จะมีการเสริมทัพนักเตะเข้ามาหลายราย แต่ก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัว รวมถึงยังมีการเปลี่ยนกุนซือกลางคันจากวินเชนโซ่ มอนเตลล่า กุนซือคนเก่ามาเป็นเจนนาโร่ กัตตูโซ่ อดีตเด็กของสโมสรที่ตอนนั้นทำงานคุมทีมเยาวชนอยู่ขึ้นมารับตำแหน่งนายใหญ่ของทีมแทน ทำให้ต้องมีการเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง แต่ก็ทำได้แค่เพียงอันดับที่ 6 ของตารางเท่านั้น

ซึ่งอันที่จริงอันดับ 6 พวกเขาจะได้โควต้าไปเตะในศึกยูฟ่า ยูโรป้า ลีกในฤดูกาลที่จะถึงนี้ด้วย แต่เนื่องจากปัญหาด้านการเงินที่พวกเขาซื้อนักเตะเข้ามาเสริมทีม จนทำให้งบดุลมีปัญหา จึงโดนยูฟ่าทำโทษจากการไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ ซึ่งทำให้อดลงแข่งในศึกฟุตบอลยุโรปจนกว่าบัญชีการเงินของพวกเขาจะหายจากตัวแดง ทำให้ดาวเตะอย่างเลโอนาร์โด้ โบนุชชี่ที่เคยได้เล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกมาโดยตลอด ฤดูกาลนี้เขากลับลงแข่งฟุตบอลยุโรปแม้แต่รายการเดียว ซึ่งถือเป็นการพาตัวเองมาตกต่ำอย่างรวดเร็ว รวมถึงฟอร์มการเล่นของตัวเองก็ไม่ได้แข็งแกร่งสุดๆ เหมือนตอนที่ค้าแข้งอยู่กับยูเวนตุสด้วย และเขากำลังมองหาโอกาสในการย้ายไปค้าแข้งในต่างแดนแทน ซึ่งทางเอซี มิลานก็ต้องการขายดาวเตะวัย 31 ปีออกจากทีมด้วย เนื่องจากทีมต้องการเงินมาชดเชยเข้าบัญชีจากการที่ใช้ไปอย่างหนักเมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว

กัลโช่

มิลาน ยังไม่ฟื้น

Posted by admin on

     หากเปรียบเทียบทีมเอซี มิลาน เป็นผู้ป่วยขั้นร้ายแรง อาการของผู้ป่วยรายนี้ต้องบอกว่า ณ ตอนนี้มีแต่อาการทรงกับทรุดเท่านั้น ถึงแม้จะมีกลุ่มทุนจากจีนเข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรเมื่อปีก่อน แต่พวกเขาก็ขยับตัวไม่ได้มากนัก เนื่องจากติดกฏไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ ที่จะมีบทลงโทษหากใช้เงินซื้อนักเตะเกินกว่ารายได้ที่สโมสรได้รับ และก็ทำให้พวกเขาอดเล่นในศึกฟุตบอลยูโรปในฤดูกาลนี้ด้วย ถึงแม้ฤดูกาลที่แล้วพวกเขาจะจบอันดับที่ 6 ของตาราง เนื่องจากไปกระหน่ำช็อปปิ้งซื้อนักเตะเข้าสโมสรเป็น 10 รายเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้ว ทำให้พวกเขามาโดนแบนห้ามเล่นฟุตบอลถ้วยยุโรปในฤดูกาลนี้ โดยโควต้าจึงไปตกกับอันดับที่ 8 และเป็นฟิออเรนติน่า ที่ได้ส้มหล่นไปเล่นแทน

ทีม “ปีศาจแดงดำ” สามารถคว้าแชมป์สคูเด็ตโต้ได้ฤดูกาลล่าสุดคือฤดูกาล 2010-2011 ซึ่งก็ใกล้จะครบรอบ 10 ปีแล้ว โดยหลังจากที่พวกเขาคว้าแชมป์ล่าสุด ก็เป็นทางยูเวนตุส คู่ปรับสำคัญก้าวขึ้นมาเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองมักกะโรนี และคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรีย อามาได้ตลอดหลังจากนั้น 7 ปีซ้อนแล้ว และยังไม่มีทีท่าว่าจะมีทีมไหนไปแย่งชิงอำนาจกลับคืนมาได้เลย มีแต่ยูเวนตุสที่นับวันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเอซี มิลานนั้นยังไม่มีความแน่นอน และยังไม่คงเส้นคงวาในยุคการคุมทีมของเจนนาโร่ กัตตูโซ่ ที่เข้ามาคุมทีมแทนวินเชนโซ่ มอนเตลล่า ที่โดนไล่ออกไปเมื่อปลายปีที่แล้ว และฤดูกาลนี้กุนซือเจ้าของฉายา “รถถัง” จะยังได้คุมทีมในถิ่นซาน ซีโร่ต่อไป แต่ด้วยข้อบังคับทางการเงินที่ทีมพึ่งถูกยูฟ่าลงโทษไป ทำให้พวกเขาไม่สามารถลงทุนเพิ่มได้มากในฤดูกาลนี้ ซึ่งหากจะซื้อนักเตะเข้าสู่ทีม ก็ต้องขายนักเตะออกจากทีมไปก่อน หรือไม่ก็ไปหายืมตัวหรือเซ็นนักเตะที่หมดสัญญากับต้นสังกัด ซึ่งพวกเขาก็ได้คว้านักเตะฟรีมาแล้วถึง 3 รายในซัมเมอร์นี้ ทั้งเปเป้ เรน่า ประตูตัวเก๋าชาวสเปนจากจากนาโปลี อีวาน สตรินิช แบ็คซ้ายทีมชาติโครเอเชียที่หมดสัญญากับซามพ์โดเรียพอดี และอเลน ฮาลิโลวิช ดาวรุ่งอนาคตไกลชาวโครแอตที่หมดสัญญากับฮัมบูร์กพอดี และทีมยังตัดสินใจขายเอ็มบาย เนียง กองหน้าทีมชาติเซเนกัลไปให้กับโตริโน่ และจานลูก้า ลาปาดูล่าให้กับเจนัวทำให้พวกเขานำเงินมาซื้อฟาบิโอ บอรินี่จากซันเดอร์แลนด์แบบซื้อขาดหลังจากยืมตัวมาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงซื้อขาดกับนิโคล่า คาลินิช กองหน้าทีมชาติโครเอเชียจากฟิออเรนติน่าอีกราย ซึ่งมารวมกับผู้เล่นที่พวกเขามีอยู่แล้วเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำให้ปีนี้เอซี มิลานมีขนาดทีมที่ใหญ่ทีเดียว แต่ติดอยู่ที่ตัวกุนซือที่มีแค่ความดุดัน แต่ฝีมือยังไม่ถึงขั้นที่จะทำให้ “ปีศาจแดงดำ” ฟื้นจากอาการป่วยได้